การดูแลช่องปากและฟัน (Oral Hygiene)

การพยาบาลเพื่ออนามัยช่องปากและฟัน (Oral Hygiene หรือ Mouth Care) เป็นหนึ่งในกิจกรรมสุขวิทยาส่วนบุคคลที่สำคัญมากในการตอบสนองความต้องการความสุขสบายของผู้ป่วยประจำวัน โดยขอบเขตการพยาบาลจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ตามระดับความรู้สึกตัวและความสามารถในการช่วยเหลือตนเองของผู้ป่วย ดังนี้

1. การดูแลช่องปากในผู้ป่วยที่รู้สึกตัวดี (Conscious Patient) ใช้สำหรับผู้ป่วยที่รู้สึกตัวดี แต่ออาจมีข้อจำกัดทางร่างกายบางประการที่ทำให้ต้องการความช่วยเหลือหรือการเตรียมอุปกรณ์จากพยาบาล

  • วัตถุประสงค์: เพื่อขจัดเศษอาหาร คราบพลัค (Plaque) ป้องกันฟันผุ และกระตุ้นความอยากอาหาร
  • แนวทางการพยาบาล:
    • พยาบาลช่วยจัดท่าให้ผู้ป่วยนั่งทรงตัวบนเตียง (Fowler’s position) หรือนั่งข้างเตียงหากไม่มีข้อห้าม
    • จัดเตรียมอุปกรณ์ (แปรงสีฟันขนอ่อน, ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์, ขันน้ำ, ชามรูปไต, ผ้าเช็ดตัว) วางไว้บนโต๊ะคร่อมเตียงในระยะที่ผู้ป่วยหยิบจับสะดวก
    • แนะนำให้ผู้ป่วยแปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง (เช้าและก่อนนอน) หรือหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ
    • หากผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรงพยาบาลต้องช่วยประคองหรือแปรงให้ โดยแปรงให้ครบทุกด้านของฟันและแปรงลิ้นเบา ๆ เพื่อลดคราบฝ้าขาว

2. การดูแลช่องปากแบบพิเศษในผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว (Special Mouth Care) ใช้สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะซึม ไม่รู้สึกตัว (Unconscious Patient) ผู้ป่วยอัมพาต หรือผู้ป่วยที่ถูกจำกัดให้งดน้ำและอาหารทางปาก (NPO) ซึ่งกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดเยื่อบุช่องปากอักเสบและติดเชื้อ

  • วัตถุประสงค์สำคัญ: เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อบุช่องปาก ป้องกันการสะสมของเชื้อโรค และป้องกันภาวะปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia)
  • อุปกรณ์เพิ่มเติม: ไม้กดลิ้น, ไม้พันสำลีขนาดใหญ่ (จับก๊อซ), น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline 0.9%) หรือน้ำยาบ้วนปากตามแผนการรักษา, สารหล่อลื่นริมฝีปาก (เช่น Glycerine borax หรือสารเพิ่มความชุ่มชื้น) และเครื่องดูดเสมหะ (Suction) หากจำเป็น
  • ขั้นตอนและเทคนิคปฏิบัติ:
    1. การจัดท่า: จัดให้ผู้ป่วยนอนตะแคงหันหน้ามาทางพยาบาล และหนุนศีรษะให้สูงเล็กน้อย (หากไม่มีข้อห้ามเกี่ยวกับกระดูกคอ) ท่านี้มีความสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหรือสิ่งคัดหลั่งไหลย้อนลงสู่ทางเดินหายใจ
    2. ใช้ผ้าเช็ดตัวรองใต้คางและแก้ม วางชามรูปไตไว้ชิดมุมปากล่าง
    3. ใช้ไม้กดลิ้นเปิดช่องปากเบา ๆ (ห้ามใช้มือของพยาบาลสอดเข้าปากผู้ป่วยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการถูกกัด)
    4. ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือบีบให้หมาด (ห้ามชุ่มน้ำจนเกินไป) เช็ดทำความสะอาดให้ทั่วเยื่อบุช่องปาก โดยเรียงลำดับจาก: กระพุ้งแก้ม ➡️ เพดานปาก ➡️ เหงือกด้านนอกและด้านใน ➡️ ฟันทุกซี่ ➡️ ลิ้นจากโคนลิ้นมาปลายลิ้น โดยเปลี่ยนไม้พันสำลีบ่อย ๆ ไม่เช็ดย้อนไปมา
    5. ซับริมฝีปากให้แห้ง และทาสารหล่อลื่นจำพวก Glycerine borax เพื่อป้องกันริมฝีปากแห้งแตกเป็นแผล

3. การดูแลผู้ป่วยที่ใส่ฟันปลอม (Denture Care) ฟันปลอมเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อราได้ง่าย พยาบาลต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ

  • การถอดฟันปลอม: ใช้ผ้าก๊อซจับฟันปลอมชิ้นบน ดึงลงล่างเบา ๆ ส่วนชิ้นล่างให้ยกขึ้นตรง ๆ เพื่อถอดออก
  • การทำความสะอาด: นำฟันปลอมมาแปรงด้วยแปรงสีฟันและสบู่เหลวหรือยาสีฟัน โดยต้องทำความสะอาดเหนืออ่างน้ำที่มีผ้าขวางรองอยู่ หรือใส่น้ำไว้ในอ่างเพื่อป้องกันฟันปลอมแตกหักหลุดมือตกพื้น ข้อควรระวังสำคัญคือ ห้ามใช้น้ำร้อนล้างฟันปลอมเด็ดขาด เพราะความร้อนจะทำให้พลาสติกโครงฟันปลอมละลายบิดเบี้ยวเสียรูปทรงได้
  • การเก็บรักษา: หากผู้ป่วยยังไม่ใส่ (เช่น ช่วงเวลานอนหลับตอนกลางคืน) ให้เก็บฟันปลอมแช่ไว้ในภาชนะที่มีน้ำสะอาดปิดฝามิดชิดใกล้มือผู้ป่วย เพื่อป้องกันฟันปลอมแห้งเปราะและป้องกันการสูญหาย ห้ามปล่อยทิ้งไว้แห้ง ๆ หรือห่อทิ้งไว้ในกระดาษทิชชูเพราะอาจถูกทิ้งถังขยะโดยไม่ตั้งใจ

💡 ข้อพึงตระหนักในกระบวนการพยาบาล (Clinical Focus):

ในกรณีศึกษาของ “คุณยายสุข” ที่มีอาการซึม ปากมีกลิ่นเหม็น และมีคราบฝ้าขาว นักศึกษาพยาบาลจะต้องเลือกใช้ทักษะ Special Mouth Care (การดูแลช่องปากแบบพิเศษ) โดยทำความสะอาดอย่างนุ่มนวลทุก 2-4 ชั่วโมง เพื่อฟื้นฟูเยื่อบุช่องปากให้กลับมาชุ่มชื้นสะอาดสะอ้าน และประเมินรอยโรคหรือแผลอักเสบในช่องปากไปพร้อม ๆ กันในขณะปฏิบัติการพยาบาลค่ะ