การดูแลตา หู จมูก

การพยาบาลเพื่อทำความสะอาดและดูแลสุขวิทยาบริเวณ ตา หู และจมูก (Eyes, Ears, and Nose Care) เป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันที่ต้องการความละเอียดอ่อนสูงมาก เนื่องจากเป็นอวัยวะรับความรู้สึกส่วนกลางที่บอบบาง ปนเปื้อนเชื้อโรคและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย โดยมีหลักการและทักษะปฏิบัติการพยาบาลพื้นฐานดังนี้

1. การดูแลทำความสะอาดดวงตา (Eyes Care) ดวงตาเป็นอวัยวะที่มีกลไกปกป้องตนเองผ่านน้ำตา แต่ในผู้ป่วยที่เจ็บป่วย วิกฤต หรือซึมเศร้า กลไกนี้อาจบกพร่อง ทำให้มีคราบขี้ตาเกรอะกรังและเสี่ยงต่อเยื่อบุตาอักเสบ

  • อุปกรณ์หลัก: สำลีปราศจากเชื้อ (Sterile cotton balls), น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline 0.9% หรือ NSS)
  • หลักการและทักษะปฏิบัติการพยาบาล:
    1. ทิศทางการเช็ด: ชุบสำลีในน้ำเกลือ NSS บีบให้หมาด เช็ดจากหัวตาไปหางตาเสมอ (From inner to outer canthus)
    2. เหตุผลทางคลินิก: เพื่อป้องกันไม่ให้นำสิ่งสกปรก คราบขี้ตา หรือเชื้อโรคจากด้านนอกย้อนกลับเข้าสู่รูเปิดของท่อน้ำตา (Nasolacrimal duct) ที่อยู่บริเวณหัวตา ซึ่งอาจทำให้เกิดการอุดตันและติดเชื้อลุกลามได้
    3. ความปลอดภัย: ใช้สำลี 1 ก้อนต่อการเช็ด 1 ครั้งเท่านั้น หากตายังไม่สะอาดให้เปลี่ยนสำลีก้อนใหม่ทันที ห้ามใช้สำลีก้อนเดิมเช็ดซ้ำหรือเช็ดวนไปมาเด็ดขาด และแยกสำลีระหว่างตาข้างซ้ายและข้างขวา
    4. กรณีพิเศษ: สำหรับผู้ป่วยที่ซึมหรือหมดสติแล้วหลับตาสนิทไม่สมบูรณ์ พยาบาลต้องช่วยหยอดน้ำตาเทียมตามแผนการรักษา หรือใช้ผ้าก๊อซชุบ NSS หมาดๆ วางปิดตาไว้เบาๆ เพื่อป้องกันกระจกตาแห้งและเป็นแผล (Corneal ulcer)

2. การดูแลทำความสะอาดใบหูและรูหู (Ears Care) โดยปกติรูหูจะมีกลไกขับขี้หู (Cerumen) ออกมาเองตามธรรมชาติ การดูแลของพยาบาลจึงเน้นที่ความสะอาดภายนอกและป้องกันอันตรายจากการบาดเจ็บ

  • หลักการและทักษะปฏิบัติการพยาบาล:
    1. ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดหรือสำลีเช็ดทำความสะอาดบริเวณใบหู (Auricle) และซอกหลังใบหูเพื่อขจัดคราบเหงื่อไคล
    2. ในส่วนของรูหูส่วนนอก (External auditory canal) ให้ใช้ไม้พันสำลีเช็ดคราบขี้หูหรือสิ่งคัดหลั่งที่ไหลออกมาเฉพาะบริเวณที่ ดวงตามองเห็นเท่านั้น
    3. ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามใช้ไม้พันสำลีหรือวัตถุของแข็งแหย่ลึกเข้าไปในรูหูเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการกระแทกจนเยื่อแก้วหู (Tympanic membrane) ฉีกขาดแล้ว ยังเป็นการดันให้ขี้หูอัดแน่นเข้าไปข้างในลึกกว่าเดิมจนส่งผลต่อการได้ยิน
    4. หากผู้ป่วยใส่เครื่องช่วยฟัง (Hearing aid) พยาบาลต้องช่วยถอดออกก่อนอาบน้ำ/สระผม เช็ดทำความสะอาดตัวเครื่องด้วยผ้าแห้ง และตรวจสอบว่ามีคราบขี้หูอุดตันที่ช่องปล่อยเสียงหรือไม่

3. การดูแลทำความสะอาดจมูก (Nose Care) จมูกทำหน้าที่กรองฝุ่นละออง จึงมักมีคราบน้ำมูกแห้งกรังติดอยู่ภายใน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรือผู้ป่วยที่ต้องใส่สายอุปกรณ์ทางการแพทย์

  • หลักการและทักษะปฏิบัติการพยาบาล:
    1. หากมีคราบน้ำมูกแห้งกรังอุดตันในรูจมูกจนผู้ป่วยหายใจไม่สะดวก ให้ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือ NSS พอหมาด สอดเข้าไปในรูจมูกเบาๆ ทิ้งไว้สักครู่เพื่อให้คราบเหล่านั้นนุ่มลง แล้วจึงค่อยๆ หมุนเช็ดออกมาอย่างนุ่มนวล
    2. ห้ามใช้คีมหรือวัตถุปลายแหลมคีบแคะจมูกผู้ป่วย เพราะเยื่อบุจมูกมีความบางและมีเส้นเลือดมาเลี้ยงเป็นจำนวนมาก เสี่ยงต่อการเกิดเลือดกำเดาไหล (Epistaxis)
    3. กรณีผู้ป่วยใส่สายให้อาหาร (NG Tube) หรือสายออกซิเจน (Nasal Cannula): * พยาบาลต้องแกะพลาสเตอร์ที่ยึดสายออกเพื่อทำความสะอาดผิวหนังรอบดวงจมูกทุกวันตอนอาบน้ำ เพื่อขจัดคราบไขมัน
      • ตรวจสอบผิวหนังปีกจมูกและรูจมูกอย่างละเอียดว่า มีแผลกดทับ (Device-related pressure injury) จากสายเหล่านั้นหรือไม่
      • เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว ให้เปลี่ยนตำแหน่งการติดพลาสเตอร์เล็กน้อยเพื่อลดการกดทับซ้ำที่จุดเดิม

💡 จากกรณีของ “คุณยายสุข” ที่มีขี้ตาเกรอะกรังและซึม นักศึกษาพยาบาลจะต้องจัดท่าศีรษะให้ตะแคงไปด้านใดด้านหนึ่งเล็กน้อยเพื่อไม่ให้น้ำเกลือไหลเปื้อนหน้า ใช้สำลี Sterile ชุบ NSS เช็ดตาจากหัวตาไปหางตาอย่างเบามือ และตรวจสอบรูจมูกของคุณยายว่ามีคราบฝุ่นหรือสิ่งอุดกั้นที่ขัดขวางการทางเดินหายใจหรือไม่ เพื่อให้คุณยายหายใจได้โล่งและสุขสบายที่สุดค่ะ