การทำเตียงพยาบาล (Bed Making) เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในวิชาชีพพยาบาล เพราะเครื่องนอนคือสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่สัมผัสกับผิวหนังของผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง การทำเตียงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ความสวยงามและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของหอผู้ป่วยเท่านั้น แต่มี หลักการสำคัญ 4 ประการ ที่พยาบาลวิชาชีพต้องยึดมั่นและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยและความสุขสบายของผู้ป่วย ดังนี้ครับ
1. หลักการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ (Infection Control Principle): เตียงผู้ป่วยและเครื่องนอนเป็นแหล่งสะสมของจุลชีพ สะเก็ดผิวหนัง และสิ่งคัดหลั่ง พยาบาลต้องตระหนักถึงหลักการปลอดเชื้อเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาล (Nosocomial Infection):
- ห้ามสะบัดผ้าเด็ดขาด (Never shake linen): ไม่ว่าจะเป็นผ้าสะอาดหรือผ้าสกปรกที่ถอดออก เพราะการสะบัดผ้าจะทำให้ฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่เกาะอยู่ฟุ้งกระจายไปในอากาศ และตกลงสู่แผลหรือระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยรายอื่น
- การม้วนเก็บผ้าสกปรก: เมื่อถอดผ้าปูที่นอนชิ้นเก่า ให้ม้วนพับเอาด้านที่สัมผัสตัวผู้ป่วย (ด้านที่สกปรกที่สุด) ไว้ด้านใน เพื่อกักเก็บเชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจาย และถือผ้าให้ออกห่างจากเสื้อฟอร์มของพยาบาลเสมอ
- ห้ามวางผ้าบนพื้น: ผ้าที่ถอดออกแล้วต้องใส่ลงในถังผ้าเปื้อนทันที ห้ามนำไปวางพักไว้บนพื้นห้องหรือเก้าอี้ข้างเตียงเด็ดขาด
- เช็ดทำความสะอาดฟูกที่นอน: ก่อนปูผ้าผืนใหม่ ต้องใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดตัวฟูกที่นอน (Mattress) และโครงเตียงเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนเสมอ
2. หลักการส่งเสริมความสุขสบายและป้องกันภาวะแทรกซ้อน (Comfort & Prevention of Complications): รอยยับย่นของผ้าบนเตียงพยาบาลสามารถสร้างอันตรายให้แก่ผู้ป่วยที่นอนติดเตียงได้มากกว่าที่คิด:
- ดึงผ้าให้เรียบตึงร้อยเปอร์เซ็นต์: พยาบาลต้องใช้เทคนิคการพับมุมเตียงให้เป็นมุมสามเหลี่ยมเฉียง 45 องศา หรือที่เรียกว่า “การเก็บมุมแบบจดหมาย” (Mitered corner) และดึงผ้าขวางเตียง (Draw sheet) ให้ตึงเรียบสนิท
- เหตุผลทางคลินิก: เพื่อลดแรงเสียดทาน (Friction) และแรงเฉือน (Shearing force) ระหว่างผิวหนังของผู้ป่วยกับเนื้อผ้า เพราะรอยยับย่นของผ้าเพียงเล็กน้อยประกอบกับความอับชื้น สามารถกดทับเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังจนนำไปสู่การเกิด แผลกดทับ (Pressure Injury) ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเช่นคุณยายสุข
3. หลักกลศาสตร์ร่างกายของผู้ปฏิบัติงาน (Body Mechanics Principle): การทำเตียงพยาบาลเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้แรงและมีการเอื้อมตัว พยาบาลจึงต้องปกป้องระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของตนเองเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ:
- ปรับระดับเตียงให้เหมาะสม: ก่อนเริ่มทำเตียง ต้องปรับระดับเตียงพยาบาลให้สูงขึ้นมาอยู่ประมาณระดับเอวหรือสะโพกของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อจะได้ไม่ต้องก้มหลังต่ำเกินไปในขณะเอื้อมดึงผ้า
- ฐานที่มั่นคง (Wide base of support): ในขณะปูผ้าให้ยืนแยกเท้าทั้งสองข้างออกจากกันพอประมาณในแนวราบเพื่อเพิ่มความสมดุล ย่อเข่าลงเล็กน้อยแทนการก้มหลัง และใช้การถ่ายเทน้ำหนักตัวจากเท้าหนึ่งไปอีกเท้าหนึ่งในการออกแรงดึงผ้า เพื่อเซฟกล้ามเนื้อหลัง
4. หลักความประหยัดและประสิทธิภาพเชิงระบบ (Economy of Time & Motion): เพื่อลดความเหนื่อยล้าของพยาบาลและลดการรบกวนผู้ป่วยให้น้อยที่สุด:
- ทำเตียงให้เสร็จเป็นฝั่งๆ (Complete one side first): พยาบาลควรปูผ้าและสอดเก็บมุมเตียงในฝั่งที่ตนเองยืนอยู่ให้เสร็จเรียบร้อยครบทุกชั้น (ผ้าปูเตียง ➡️ ผ้ายาง ➡️ ผ้าขวางเตียง ➡️ ผ้าห่ม) ก่อนที่จะเดินอ้อมไปยังอีกฝั่งหนึ่งของเตียงเพื่อดึงผ้าให้ตึงและเก็บมุมชิ้นที่เหลือ
- ผลลัพธ์: เทคนิคนี้ช่วยลดจำนวนก้าวในการเดินวนรอบเตียง ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้นในชั่วโมงเร่งด่วน (A.M. Care)
💡 สรุปประเภทของเตียงพยาบาลที่ต้องเลือกใช้ให้ตรงกับวัตถุประสงค์:
- Closed Bed (เตียงว่าง): ปูคลุมผ้าปิดมิดชิดเพื่อรอรับผู้ป่วยใหม่และกันฝุ่น
- Open Bed (เตียงเปิด): พับผ้าห่มลงมาเพื่อให้ผู้ป่วยที่ลุกไปทำกิจกรรมอื่นสามารถกลับขึ้นเตียงได้ง่าย
- Occupied Bed (เตียงที่มีผู้ป่วยนอนอยู่): เทคนิคขั้นสูงในการพลิกตัวทำเตียงไปทีละซีกในกรณีที่ผู้ป่วยลุกจากเตียงไม่ได้เลย (เช่น เคสคุณยายสุข)
- Anesthetic Bed / Ether Bed (เตียงรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด): พับผ้าห่มไว้ด้านข้างเตียงเพื่อความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากเปลนอน และเตรียมอุปกรณ์ให้ความอบอุ่นไว้พร้อมใช้งาน