ประเภทของการทำเตียงและการใช้งาน

การทำเตียงพยาบาล (Bed Making) มีการแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ตามสถานะของผู้ป่วยและวัตถุประสงค์ในการใช้งานทางการพยาบาล ซึ่งพยาบาลวิชาชีพจะต้องเลือกปฏิบัติให้ถูกต้องเพื่อความปลอดภัย ความสุขสบาย และประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหอผู้ป่วย โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. เตียงว่าง (Closed Bed) คือ เตียงพยาบาลที่ทำความสะอาดและปูเครื่องนอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยยังไม่มีผู้ป่วยมาครองเตียง * ลักษณะสำคัญ: มีการใช้ผ้าคลุมเตียง (Bedspread) ปูคลุมปิดทับหมอนและเครื่องนอนทั้งหมดอย่างมิดชิด

  • วัตถุประสงค์และการใช้งาน:
    • เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับต้อนรับผู้ป่วยใหม่ที่กำลังจะย้ายเข้ามารักษาตัวในหอผู้ป่วย
    • เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละออง สิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคในอากาศตกลงมาปนเปื้อนบนเครื่องนอนสะอาด

2. เตียงเปิด (Open Bed) คือ เตียงที่มีผู้ป่วยครองเตียงอยู่แล้ว แต่ในขณะนั้นผู้ป่วยลุกออกจากเตียงไปทำกิจกรรมอื่น (เช่น ลุกไปเข้าห้องน้ำ, ไปนั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะ, หรือไปตรวจเอกซเรย์)

  • ลักษณะสำคัญ: พยาบาลจะทำการพับผ้าห่ม (Top sheet/Blanket) ลงมาไว้ที่ปลายเตียง หรือพับเป็นมุมสามเหลี่ยมเปิดไว้ด้านใดด้านหนึ่ง
  • วัตถุประสงค์และการใช้งาน:
    • เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับขึ้นมานอนพักบนเตียงได้สะดวกและรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาดึงผ้าห่มออกเอง
    • เป็นการส่งสัญญาณให้ทีมการพยาบาลทราบว่า เตียงนี้มีเจ้าของแล้ว และผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองให้ออกจากเตียงได้บางช่วงเวลา

3. เตียงที่มีผู้ป่วยนอนอยู่ (Occupied Bed) คือ เทคนิคขั้นสูงในการทำเตียงในกรณีที่ผู้ป่วยมีข้อจำกัดทางกายภาพรุนแรง จนไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้เลย (เช่น ผู้ป่วยวิกฤต, ผู้ป่วยอัมพาตครึ่งซีก, หรือผู้ป่วยซึมช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างเคส คุณยายสุข)

  • ลักษณะสำคัญ: พยาบาลต้องปฏิบัติการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าขวางเตียงผืนเก่าออก แล้วใส่ผืนใหม่เข้าไปทดแทน ในขณะที่ตัวผู้ป่วยยังคงนอนอยู่บนเตียง
  • วัตถุประสงค์และการใช้งาน:
    • ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถลุกจากเตียงได้ เพื่อขจัดคราบเหงื่อไคล ความอับชื้น และรอยยับย่นของผ้า ซึ่งเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดแผลกดทับ (Pressure Injury)
    • เทคนิคการปฏิบัติ: พยาบาลจะให้ผู้ป่วยนอนตะแคงไปซีกหนึ่งก่อน จากนั้นม้วนผ้าผื้อเก่าที่สกปรกเข้าหาตัวผู้ป่วย และปูผ้าผืนใหม่ซับไว้ครึ่งเตียง จากนั้นจึงพลิกตัวผู้ป่วยกลับมานอนทับฝั่งผ้าสะอาด แล้วเดินอ้อมไปดึงผ้าผืนเก่าออกพร้อมดึงผ้าผืนใหม่ให้เรียบตึงร้อยเปอร์เซ็นต์
    • ข้อควรระวังวิกฤต: ต้องยกราวกั้นเตียง (Side rails) ในฝั่งที่ผู้ป่วยหันหน้าไปเสมอเพื่อป้องกันอุบัติเหตุพลัดตกเตียง และคอยดูแลสายอุปกรณ์การแพทย์ (เช่น สายน้ำเกลือ, สายระบาย) ไม่ให้ดึงรั้งหรือหักพับตลอดเวลาที่พลิกตัว

4. เตียงรอรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด (Anesthetic Bed หรือ Ether Bed) คือ เตียงที่เตรียมไว้เป็นพิเศษเพื่อรอรับผู้ป่วยที่กำลังจะย้ายกลับมาจากห้องผ่าตัด หรือห้องคลอด ซึ่งผู้ป่วยมักจะยังไม่ฟื้นคืนสติสมบูรณ์จากยาสลบ

  • ลักษณะสำคัญ: ผ้าห่มและผ้าคลุมเตียงจะไม่ปูทับตัวเตียงเหมือนปกติ แต่จะถูกพับตลบไปไว้ที่ด้านข้างเตียงฝั่งตรงข้ามกับที่จะรับผู้ป่วย (มักพับเป็นแนวพัดหรือม้วนไว้) และไม่มีการสอดเก็บมุมผ้าห่มที่ปลายเตียงนอกจากผ้าปูชั้นล่าง
  • วัตถุประสงค์และการใช้งาน:
    • เพื่อความสะดวกรวดเร็วสูงสุดในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากเปลนอน (Stretcher) ลงสู่เตียงพยาบาล โดยไม่มีผ้าห่มมากีดขวาง
    • เพื่อให้พยาบาลสามารถเข้าถึงตัวผู้ป่วยเพื่อประเมินสัญญาณชีพ เช็กแผลผ่าตัด หรือให้ออกซิเจนได้ทันที
    • มักมีการปูผ้ายางและผ้าขวางเตียงเพิ่มตรงบริเวณช่วงบนของเตียงเพื่อรองรับอาเจียน หรือสิ่งคัดหลั่งที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด และเตรียมอุปกรณ์ให้ความอบอุ่น (เช่น ผ้าห่มหนาๆ) ไว้พร้อมใช้งานเพื่อป้องกันภาวะอุณหภูมิกายต่ำ (Hypothermia)

📊 ตารางสรุปเปรียบเทียบการใช้งานเตียงพยาบาล

ประเภทของเตียงสถานะของผู้ป่วยลักษณะการจัดผ้าห่มวัตถุประสงค์หลัก
Closed Bedยังไม่มีผู้ป่วย (เตียงว่าง)ปูคลุมมิดชิดทับหมอนทั้งหมดรอรับเคสใหม่ / ป้องกันฝุ่น
Open Bedมีผู้ป่วยครอง แต่ลุกไปทำกิจกรรมพับตลบผ้าห่มลงมาที่ปลายเตียงให้ผู้ป่วยกลับขึ้นเตียงได้ง่าย
Occupied Bedผู้ป่วยลุกไม่ได้ นอนอยู่บนเตียงเปลี่ยนผ้าทีละซีกขณะผู้ป่วยนอนลดความอับชื้น / ป้องกันแผลกดทับ
Anesthetic Bedผู้ป่วยกำลังกลับจากห้องผ่าตัดพับผ้าห่มเปิดไว้ด้านข้างเตียงสะดวกในการย้ายผู้ป่วย / ดูแลระบบทางเดินหายใจ